วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

กรรมการมหาเถรสมาคม ต้องปาราชิกยกคณะ






พระผู้ปกป้องสมีให้เป็นพระต่อไป ให้ถือว่า ได้ขาดจากความเป็นพระเช่นกัน (ปาราชิกยกคณะ)

สรุปคือ ถ้าจะปฏิรูปมหาเถรสมาคม ต้องเอาอลัชชีที่สนับสนุนสมีธัมมชโย ออกยกคณะ

จริง ๆ แล้ว ผู้อาบัติปาราชิก ได้เป็นสมีแล้วโดยอัตโนมัติโดยไม่ต้องมีพระลิขิตมาตัดสินด้วยซ้ำ

แต่เมื่อสมเด็จพระสังฆราชได้มีพระลิขิตวินิจฉัยว่า ธัมมชโยได้ปาราชิกแล้ว คือขาดจากความเป็นสงฆ์ทันที ไม่อาจคืนสถานะพระได้อีก

สมีที่แอบอ้างเป็นพระต่อไป ย่อมมีมหาอเวจีนรกรออยู่ในภพหน้า
ส่วนไอ้พวกสนับสนุนสมีก็มีนรกอเมจีรออยู่เช่นกัน

/ใหม่เมืองเอก

----------------

ทำไมถึงว่า กรรมการ มส. ปาราชิก ยกคณะ ?

ก็ขอให้คุณผู้อ่าน อ่านข่าวนี้จากไทยรัฐ และจากปากของพระพรหมเมธี โฆษกมหาเถรสมาคม ดูครับ


http://imgur.com/gOIQvLy

เห็นไหมครับ เพราะ กรรมการ มส. กลัวว่า พวกตนจะอาบัติปาราชิกไปด้วย จากเหตุที่คืนสถานะพระให้กับธัมมชโยเมื่อปี 2549 แถมมีการเลื่อนสมณศักดิ์ให้ธัมมชโยอีกในปี 2554 เท่ากับมีกรรมการ มส. หลายคน (ไม่อยากใช้หลายรูป) สมรู้ร่วมคิดสนับสนุนสมีธัมมชโยให้เป็นพระต่อมาจนถึงปัจจุบัน

จึงไม่ได้มีแค่ กรรมการ มส. 12 คนในปี 2558 เท่านั้นที่ร่วมปาราชิก แต่ต้องรวมถึง กรรมการ มส. ตั้งแต่ปี 2549 เรื่อยมา ที่ต้องอาบัติปาราชิกทั้งหมด

------------------

เจ้าคณะตำบลคลอง 4 มีคำสั่งให้ธัมมชโยเป็นเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายดังเดิม

ฟังชัด ๆ ที่พระพรหมเมธี โฆษก มส. แถลงเมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2558 ว่าเจ้าคณะตำบลคลอง 4 จังหวัดปทุมธานี ได้มีคำสั่งคืนสถานะพระและให้ธัมมชโยกลับไปเป็นเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายดังเดิม เหตุเพราะโจทก์ที่ฟ้องธัมมชโยถอนฟ้อง และอัยการสูงสุดถอนฟ้อง

ถามว่า คำสั่งสมเด็จพระสังฆราชให้ต้องอาบัติปาราชิกทันที กับ คำสั่งเจ้าคณะตำบลคลอง 4 ที่คืนสถานะพระให้ธัมมชโย อย่างไหนถือเป็นกฎหมายสูงสุด ?

(คำสั่งเจ้าคณะตำบลคลอง 4 ก็ต้องมีมติมหาเถรฯ ให้การรับรอง)



ซึ่งทุกวันนี้ ผมยังไม่เคยเห็น มติมหาเถรสมาคม 2549 ที่มีมติคืนสถานะพระให้กับ ธัมมชโย หมายถึง ยังไม่มีสื่อใดนำมาเผยแพร่ หรือมีเพียงคำสั่งเจ้าคณะตำบลคลอง 4 เท่านั้น ?


แต่ผมขอลำดับเวลาให้คุณผู้อ่านเข้าใจพอเห็นภาพ

สมเด็จพระสังฆราช มีพระลิขิตว่า ธัมมชโยปาราชิก ในปี 2542 แต่ธัมมชโยคืนทรัพย์สินที่เป็นคดีแก่วัดในปี 2549 เท่ากับธัมมชโยยึดทรัพย์เกินกว่า 1 บาทไว้เป็นของตนเองนานกว่า 7 ปี แต่ธัมมชโยยังแถหน้าด้าน ๆ ว่า ไม่มีเจตนายึดทรัพยฺ์ไว้เป็นของตน

ทั้ง ๆ ที่ ถ้ายึดดามกฎหมายสงฆ์สมัยรัชกาลที่ 1 ถ้าพระยึดถือทรัพย์เกินกว่า 1 บาทเป็นของตนนานเกิน 10 วัน ก็ถือว่า มีเจตนายึดทรัพย์เป็นของตนไปแล้ว มีเหตุให้ต้องอาบัติปาราชิกทันที (ซึ่งเคยมีคดีเปรียบเทียบสมัย ร.1 คือ คดีสมีรัก วัดบางหว้าใหญ่)

แนะนำอ่านรายละเอียด คลิกอ่านย้อนคดีธัมมชโยยักยอกทรัพย์วัดพระธรรมกาย

เพราะพระลิขิต ระบุว่า "การไม่ยอมคืนสมบัติให้วัด ในขั้นต้นอาจมิใช่มีเจตนาถือเอาเป็นของตน แต่เมื่อถึงอย่างไร ก็ยังไม่ยอมมอบคืนสมบัติทั้งหมดที่เกิดขึ้นในขณะเป็นพระให้แก่วัดก็แสดงชัดแจ้งว่าต้องอาบัติปาราชิก ต้องพ้นจากความเป็นสมณะโดยอัตโนมัติ ต้องถูกจัดการอย่างเด็ดขาด เช่นเดียวกับผู้ไม่ใช่พระปลอมเป็นพระ ด้วยการนำผ้ากาสาวพัสตร์ไปครอง ทำความเศร้าหมองเสื่อมเสีย ให้เกิดแก่สงฆ์ในพระพุทธศาสนา "


http://imgur.com/s6arttp

คดีอาญาฐานยักยอกทรัพย์ แม้จะยอมความกันได้ เมื่อเจ้าทุกข์ถอนฟ้อง หรือได้คืนทรัพย์แก่เจ้าของแล้ว แต่ไม่ได้แปลว่า จำเลยไม่ผิด !!

ความผิดอาญาฐานยักยอกทรัพย์เกิดขึ้นแล้ว ในทางพระธรรมวินัยถือว่า ปาราชิกแล้ว

แต่ในส่วนที่ธัมมชโย เป็นเจ้าอาวาสวัด แต่กลับยักยอกทรัพย์วัดเป็นของตน ก็ถือว่า มีความผิดฐานเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มีความผิดตาม ปอ.มาตรา 157 เช่นกัน

---------------------

ทักษิณ ช่วย ธัมมชโย

ในปี 2547 ทักษิณ ได้แต่งตั้งสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งมีเสียงคัดค้านจากหลายฝ่ายเช่น หลวงตามหาบัว แต่ก็ไม่อาจต้านทานอำนาจทางการเมืองของทักษิณได้

เมื่อสมเด็จเกี่ยว ได้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช ก็ได้คืนสถานะพระให้กับธัมมชโย ในปี 2549 และเลื่อนสมณศักดิ์ให้ธัมมชโยในปี 2554

เมื่อสมเด็จเกี่ยว ตายไปแล้วในปี 2557  ผมก็ถือว่า อโหสิกรรมกันไป (แล้วรัฐบาลยิ่งลักษณ์ก็แต่งตั้งสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ขึ้นมาแทนสมเด็จเกี่ยว)

คงเหลือแต่สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชในปัจจุบัน ได้เป็นกรรมการ มส. มาตั้งแต่ปี 2538 ซึ่งเป็นเพียงคนเดียวในวันนี้ที่เป็น กรรมการ มส. ก่อนที่จะมีพระลิขิตฉบับ 16/2542 ที่วินิจฉัย ธัมมชโย อาบัติปาราชิก

จึงเท่ากับสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ได้ปาราชิกตามธัมมชโยไปแล้วเช่นกัน

ส่วนกรรมการ มส. ในยุคปี 2549 และ ปี 2554 ที่คืนสถานะพระและเลื่อนสมณศักดิ์ให้ธัมมชโย ก็ไปไล่ดูครับ ว่ามีใครที่ปาราชิกตามไปอีก

แต่ที่แน่ ๆ 12 กรรมการ มส. ที่อุ้มธัมมชโยในวันนี้ เท่ากับได้ปาราชิกยกคณะทันที ตามพระธรรมวินัย

คลิกที่รูปเพื่อขยาย

http://imgur.com/qN7CXgs



แถมท้ายบทความ

อย่างเช่น ถ้าคดียักยอกทรัพย์ สจล. สถาบันเทคโนโลยีเจ้าคุณทหารลาดกระบังกว่า 1,600 ล้านบาทนั้น

หากผู้ต้องหาสามารถคืนทรัพย์ที่ยักยอกแก่ สจล. ได้ทั้งหมด ก็ถือว่า ไม่เคยทำผิดใช่ไหม ?

ซึ่งไม่ใช่ !!

ความผิดยักยอกทรัพย์เกิดขึ้นแล้ว ส่วนคดีอาญาจะยอมความกันหรือไม่ ก็ว่ากันไประหว่างโจทก์กับจำเลย

ส่วนเจ้าหน้าที่สถาบันสจล.ที่มีส่วนยักยอก ก็มีความผิดตามมาตรา 157 อยู่ดี ซึ่งยอมความไม่ได้

ส่วนผู้ต้องหาคนอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เจ้าพนักงานก็แล้วแต่ว่า จะดำเนินคดีอะไรได้อีก เช่น ฐานฉ้อโกงได้ไหม

คลิกอ่าน พลเอกประยุทธ์ต้องปกป้องพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราช เอาผิดธัมมชโย